http://เครื่องดูดฝุ่น.net เอาวิธีเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นมาฝากกันครับ หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ต้องการเลือกหา เลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นไไม่มากก็น้อยนะค่ะ

ก่อนหน้านี้เราอาจจะใช้แค่ไม้กวาดกำจัดเศษฝุ่นและขยะ ซึ่งสามารถทำให้บ้านสะอาดได้แค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะหากสังเกตดูจะเห็นว่าที่พื้นบ้าน จะยังมีผงละอองเล็ก ๆ หลงเหลืออยู่ ซึ่งอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าจนกว่าพวกมันจะจับตัวกันเป็นกลุ่มก้อนใหญ่ และเพิ่มภาระการทำงานบ้านให้หนักขึ้น นอกจากนี้บางครั้งในขณะที่กำลังกวาดบ้านอยู่อาจมีลมพัดมาทำให้กองขยะปลิวว่อนไปเต็มบ้าน ทำให้ต้องกลับไปกวาดซ้ำอีกหนึ่งรอบซะอย่างนั้น ทำเอาเสียเวลาไม่ใช่เล่น

ดังนั้นหลายบ้านจึงหันมาสนใจใช้เครื่องดูดฝุ่นกันมากขึ้น เพราะนอกจากจะไม่ต้องเผชิญกับปัญหาดังที่กล่าวมาแล้ว ยังสะดวกและรวดเร็วกว่าการใช้ไม้กวาด มีวิธีเลือกซื้อเครื่องดูดฝุ่นที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ มาฝากกันค่ะ

 1. พื้นที่ภายในบ้าน

ก่อนที่จะพิจารณาส่วนประกอบอื่น ๆ ควรคำนึงถึงความกว้างของพื้นที่ภายในบ้านเสียก่อน เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณขนาดความเล็กใหญ่ รูปแบบ และกำลังไฟฟ้าของเครื่องดูดฝุ่นที่จะนำมาใช้ นอกจากนี้ยังรวมไปถึงปัจจัยและองค์ประกอบอื่น ๆ ด้วย เช่น ความถี่ในการใช้ เฟอร์นิเจอร์ และมุมอับต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีเด็ก และสัตว์เลี้ยง เพราะอาจจะต้องทำความสะอาดมากขึ้นเป็นพิเศษ

 2. ประเภทเครื่องดูดฝุ่น

เครื่องดูดฝุ่นถูกแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบด้วยกันคือ แบบดูดฝุ่นโดยตรงเหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่กว้าง อย่างเช่น บนพื้นบ้าน หรือตามซอกมุมห้องต่าง ๆ และบริเวณที่ตั้งของเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป แต่สำหรับพื้นที่ที่มีฝุ่นค่อนข้างน้อย พื้นที่ไม่กว้างมากนัก และเน้นความสะดวกสบาย เหมาะสมกับแบบทรงกระบอก เพราะมีขนาดเล็ก และถือหิ้วได้ตามใจ ส่วนบริเวณที่มีฝุ่นเกาะหนาแน่นและกำจัดยากควรจะเลือกเครื่องดูดฝุ่นแบบทรงกระป๋อง เนื่องจากมีกำลังดูดฝุ่นมากกว่าแบบอื่น ๆ

 3. ระบบการดูดฝุ่น

           ประเภทของเครื่องดูดฝุ่นแบ่งคร่าว ๆ ออกได้ดังนี้

การดูดฝุ่นเข้าเครื่องโดยตรง เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะเป็นแบบไม่กระจายฝุ่น แต่ดูดเข้าไปภายในตัวเครื่องโดยตรง ซึ่งบางรุ่นหรือบางแบรนด์มีการติดขนแปรงไว้ที่บริเวณปลายท่อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดให้มากขึ้น ซึ่งเหมาะกับพื้นที่โล่งกว้าง และวัสดุเรียบ ๆ อย่างเช่น พื้นกระเบื้อง พื้นไม้ และบริเวณที่มีฝุ่นเกาะไม่มากนัก

การดูดฝุ่นแบบสั่นสะเทือน ในระบบนี้ดูดจะมีแปรงที่ปลายแกนหมุนและบ่านูน หรือติดตั้งระบบสั่นสะเทือนเอาไว้ในตัวเครื่อง เพื่อทำให้ฝุ่นกระจายตัวก่อนแล้วค่อยดูดเข้าเครื่อง ซึ่งเครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้เหมาะสำหรับพื้นพรมที่มีความหนามาก ๆ หรือบริเวณที่มีฝุ่นเกาะแน่น

การดูดฝุ่นแบบแปรงหมุน ถึงแม้จะมีแปรงหมุนเหมือนกันแต่เครื่องดูดฝุ่นประเภทนี้จะไม่มีบ่านูนเหมือนแบบสั่นสะเทือน และขนแปรงจะอยู่รอบ ๆ แกนหมุนเพื่อให้ฝุ่นกระจายออกก่อนที่จะทำการดูดเข้าเครื่อง เป็นระบบที่เหมาะกับพื้นพรมที่มีความหนาไม่มากนัก

 4. การกรองฝุ่น

การกรองฝุ่นที่ระบุบนตัวเครื่องควรจะมีระบบกรองเศษฝุ่นขนาดเล็กตั้งแต่ 10 ไมครอนไปจนกระทั่งขนาด 0.6 ไมครอน (1 ไมครอน = 0.001 มม.) ได้ถึงจะถือว่าเป็นเครื่องดูดฝุ่นที่มีประสิทธิภาพดี โดยเฉพาะบ้านที่มีสมาชิกเป็นภูมิแพ้ ควรเลือกเครื่องดูดฝุ่นที่มีฟิลเตอร์กรองอากาศที่ระบุคำว่า HEPA ซึ่งเป็นระบบใหม่ของเครื่องดูดฝุ่น เนื่องจากในระบบนี้จะช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ต่าง ๆ ที่เกิดจากฝุ่น และสิ่งสกปรกที่ปะปนมากับอากาศ แต่ถ้าหากเน้นความสะดวกสบายในการถอดทำความสะอาดอาจเลือกเครื่องดูดฝุ่นระบบ Cyclone เพราะระบบนี้จะเก็บฝุ่นไว้ในถังสามารถถอดล้างได้เลย ซึ่งสิ้นเปลืองน้อยกว่าเครื่องดูดฝุ่นแบบที่ใช้ถุงเก็บฝุ่น

 5. ถุงเก็บฝุ่น

สำหรับเครื่องดูดฝุ่นที่ใช้ถุงเก็บฝุ่นสามารถพิจารณาได้ตามการใช้งานคือ ถุงกรองแบบกระดาษสามารถกรองฝุ่นได้ถึง 0.1 ไมครอน โดยถุงประเภทนี้เป็นแบบใช้งานครั้งเดียว และจะต้องเปลี่ยนใหม่ทุกครั้งหากมีการใช้งาน ส่วนคนที่ต้องการถุงแบบถอดล้างได้อาจจะเลือกถุงกรองแบบใยสังเคราะห์ หรือถุงกรองแบบผ้า เพราะทั้งสองแบบนี้สามารถถอดล้างได้เช่นกัน แต่มีความแตกต่างตรงที่ถุงกรองใยสังเคราะห์สามารถกรองฝุ่นได้ถึง 0.3 ไมครอน ไม่ขึ้นราและไม่เกิดกลิ่นอับ ในขณะที่ถุงกรองฝุ่นแบบผ้า กรองฝุ่นขนาดเล็กสุดได้ 0.5 ไมครอน แต่ถ้าหากทำความสะอาดไม่ดี หรือเกิดความชื้นอาจจะเกิดกลิ่นอับและเชื้อราได้