อุทกภัยที่เกิดขึ้นได้ทำความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงวิสาหกิจต่างๆ ในหลายจังหวัดปัญหาสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยของประชาชนเป็นปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งที่เกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วม อย่างไรก็ตามแม้ภายหลังน้ำลด ประชาชนยังต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ในช่วงการทำความสะอาดอาคารและสถานที่อีกด้วย

ดังนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรมจึงได้เล็งเห็นความสำคัญในการให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการทำความสะอาดอาคารโรงงาน และเตรียมความพร้อมให้สามารถ ประกอบกิจการได้ต่อไปอย่างปลอดภัย จึงให้คำแนะนำไว้ดังต่อไปนี้

ด้านไฟฟ้า

1. อย่าจับต้องสายไฟที่จมอยู่น้ำ รวมถึงวัสดุและบริเวณที่น้ำสัมผัสกับสายไฟดังกล่าว

2. ห้ามจ่ายไฟฟ้าเข้าไปในส่วนที่มีระบบไฟฟ้าแช่อยู่ในน้ำท่วมขังมาก่อน จนกว่าจะแน่ใจและได้รับการตรวจสอบสภาพให้เรียบร้อยครบถ้วน

3. อุปกรณ์ไฟฟ้า แผงไฟฟ้า ตู้ควบคุม ปลั๊ก สวิทซ์ ตลอดจนเครื่องจักรที่ใช้ไฟฟ้า มอเตอร์ต้องได้รับการตรวจสอบ ไล่ความชื้น เติมสารหล่อลื่น ให้อยู่ในสภาพต่อการใช้งานอย่างปลอดภัย

4. เมื่อจะมีการใช้งานเครื่องปั่นไฟ ให้แน่ใจว่าวงจรกระแสไฟที่จะจ่ายไปยังภายในอาคารหรือภายนอกอาคารถูกต้อง เนื่องจากว่าอาจมีผู้อื่นซึ่งอยู่บริเวณปฏิบัติงานอาจมีการสัมผัสกับสายไฟฟ้าดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายจากไฟฟ้าดูด ไฟฟ้าช็อตได้

ด้านสารเคมี

1. ใช้ความระมัดระวังในการจับต้องบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ทราบว่ามีสารเคมีหรือสารพิษประเภทใดบรรจุอยู่

2. ในกรณีที่มีการจับต้องสารเคมีต่างๆ ให้ปฏิบัติตามคำอธิบายบนภาชนะบรรจุ

3. ควรล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนการรับประทานอาหารและดื่มน้ำ

4. สำรวจว่ามีการรั่วไหลของสารเคมีในระหว่างที่มีน้ำท่วมหรือไม่ โดยให้กำจัดสารเคมีที่รั่วไหลและตกค้างบริเวณพื้นโดยรอบ เช่น ตักเก็บใส่ภาชนะรองรับ หรือล้างทำความสะอาดพื้นบริเวณที่สารเคมี
รั่วไหล แล้วกักเก็บน้ำที่ใช้ในการทำความสะอาดไปบำบัดให้ถูกต้อง

5. ทำความสะอาดโดยรอบถัง หรือภาชนะบรรจุสารเคมีที่ถูกน้ำท่วม และสำรวจสภาพถังหรือ ภาชนะบรรจุสารเคมีต่างๆ ว่ามีการชำรุดเสียหายหรือผุกร่อน ก็ให้ทำการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ

6. ควรระมัดระวังการซ่อมถังบรรจุสารเคมีไวไฟหรือติดไฟง่าย การซ่อมจะต้องเป็นไปตามหลักวิชาการอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันมิให้เกิดประกายไฟที่อาจก่อให้เกิดเพลิงไหม้ และการระเบิดได้

7. ควรระมัดระวังการเคลื่อนย้ายหรือถ่ายเทสารเคมีที่มีปฏิกิริยารุนแรงกับน้ำ ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้

ด้านเครื่องจักรกล

1. ถ้ามีการรั่วของก๊าซให้อพยพคนงานออกไปภายนอกอาคารทันที จนกว่าจะมีการควบคุมการรั่วของก๊าซน้ำ และมีการระบายอากาศจนแน่ใจว่าระดับก๊าซน้ำอยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว

2. ถ้ามีการปฏิบัติงานในพื้นที่จำกัด เช่น หม้อน้ำ เตา ท่อ หลุม สถานีสูบจ่าย ผู้ปฏิบัติจะต้องคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดจากก๊าซพิษ การขาดออกซิเจน การระเบิด ถ้าเป็นไปได้ผู้ที่เข้าไปทำงานในบริเวณดังกล่าวควรเป็นผู้ที่ได้รับการฝึกฝนมา

3. ในอุตสาหกรรมการเกษตรที่มีการหมักอาจมีก๊าซพิษจำนวนมากเกิดขึ้น ดังนั้น ควรจะมีการเปิดพัดลมระบายอากาศในไซโล และโรงเก็บต่างๆ เป็นเวลา 30 นาที ก่อนที่ผู้ปฏิบัติจะเข้าไปในบริเวณดังกล่าวและให้เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน

4. ภายหลังจากที่มีการทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรมีการตรวจเช็คอุปกรณ์เครื่องจักรกลระบบอุปกรณ์ป้องกันและระบบอัคคีภัยต่างๆ ว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ หากมีการชำรุดทรุดโทรม ก็ควรดำเนินการซ่อมแซมปรับปรุงแก้ไขก่อนที่จะมีการใช้งาน

5. ถังเก็บน้ำมันหล่อลื่นหรือเครื่องจักรที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีน้ำท่วมขัง ควรจะถ่ายน้ำมันเครื่องออกก่อนที่จะเติมน้ำมันหล่อลื่นเข้าไปใหม่

การเตรียมตัว

1. ผู้ที่จะเข้าไปทำความสะอาดนั้นควรจะต้องเคยผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยัก มาแล้ว ระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

2. ควรสวมรองเท้าหุ้มส้น ถุงมือ และกางเกงขายาวในระหว่างการปฏิบัติงาน

3. ควรสวมใส่หน้ากากป้องกันระบบทางเดินหายใจที่เหมาะสมเมื่อต้องทำงานในสถานที่มีเชื้อราและภายหลังปฏิบัติงานควรทำความสะอาดร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า

4. ควรมีชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นเตรียมไว้เพื่อใช้ทำความสะอาดบาดแผลที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที

5. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสถานที่ บันได และนั่งร้านมีความมั่นคงแข็งแรงพอก่อนที่จะนำไปใช้งาน

6. ความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับบ้านเรือนและการต้องหยุดงานชั่วคราวนั้นเป็นผลให้เกิดความเครียด ซึ่งเป็นสาเหตุให้การปฏิบัติงานมีความเสี่ยง ดังนั้น การได้รับกำลังใจและคำปรึกษาจากครอบครัว เพื่อน บ้าน และนักจิตวิทยา จะมีส่วนช่วยในการบรรเทาความเครียดที่อาจเกิดขึ้น